🎈

Lab 54 — อิเล็กโทรสโคปและการทำให้วัตถุมีประจุ (3D)

Electroscope · Charging by Friction, Contact & Induction — ถูแท่งพลาสติก/แก้วกับผ้า · นำเข้าใกล้ · สัมผัส · ต่อลงดิน · อ่านมุมกางของแผ่นโลหะบาง · ทดสอบชนิดประจุของแท่งปริศนา

3D · three.js KP Science simulation
⚠️ โหลดไลบรารี 3D (three.js) ไม่สำเร็จ — ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ยังใช้แผนภาพด้านล่างได้
🧭 ภาพด้านหน้าอิเล็กโทรสโคป · ไม้บรรทัดวัดระยะแท่ง — ลากแท่งในแผนภาพด้านขวาได้ · แว่นขยายช่วยอ่านมุมและระยะ
โหมดการทดลอง
ตารางบันทึกผลและแท่งปริศนาไม่ถูกเปลี่ยน
🧭 ตอนนี้ต้องทำอะไร
🧪 แท่งวัตถุ + ผ้าที่ใช้ถู
ถูแท่งกับผ้า → แท่งมีประจุ (แท่งเป็นฉนวน ประจุอยู่เฉพาะส่วนที่ถู)
📏 ระยะปลายแท่งถึงขอบจาน d
cm
ภาพ 3D: ลากแท่งเข้า-ออก · แตะที่จาน = วาง/ยกนิ้ว · ลากที่ว่าง = หมุนมุมมอง
🖐 ตาราง A — บันทึกมุมกางกับระยะ
ระยะ d ที่อ่านได้cm
มุมกาง θ ของแผ่นโลหะ°
📋 ตาราง A — มุมกาง θ กับระยะ d
🔎 ตาราง B — ทดสอบชนิดประจุ
ทำให้อิเล็กโทรสโคปมีประจุที่รู้ชนิดก่อน แล้วนำแท่งเข้าใกล้ (ไม่แตะ) สังเกตแผ่นโลหะ
ประจุบนอิเล็กโทรสโคป
แท่งเข้าใกล้ แผ่นโลหะ
สรุป: แท่งมีประจุ
📈 กราฟ θ – d

วัตถุประสงค์

อุปกรณ์ (เสมือนจริง)

การใช้งาน Simulation

ตอนที่ A — ประจุจากการขัดสี และการเหนี่ยวนำ (ไม่แตะ)

  1. รีเซต ให้อิเล็กโทรสโคปไม่มีประจุ (แผ่นโลหะหุบ) · เลือกแท่ง PVC แล้วนำเข้าใกล้จาน สังเกตว่าแผ่นโลหะกางหรือไม่
  2. ถอยแท่งออก ถู 5 ครั้ง แล้วนำเข้าใกล้อีกครั้ง · สังเกตมุมกางเมื่อแท่งเข้าใกล้และเมื่อถอยออก
  3. วางแท่งที่ d = 30, 25, 20, 15, 10, 7, 5, 3, 2, 1 cm · อ่าน d จากไม้บรรทัดและ θ จากสเกล บันทึกตาราง A · เขียนกราฟ θ – d
  4. ทำซ้ำกับแท่งแก้วที่ถูกับผ้าไหม · มุมกางเปลี่ยนตามระยะเหมือนกันหรือไม่? ดูจากมุมกางอย่างเดียวบอกชนิดประจุได้หรือไม่?

ตอนที่ B — ทำให้อิเล็กโทรสโคปมีประจุโดยการสัมผัส

  1. รีเซต · ถูแท่ง PVC 5 ครั้ง · แตะปลายแท่งที่จาน (d = 0) ค้างไว้ครู่หนึ่ง แล้วถอยแท่งออกไกล
  2. สังเกตว่าแผ่นโลหะยังกางอยู่หรือไม่ · แตะซ้ำอีกหลายครั้ง (ถูแท่งใหม่ทุกครั้ง) มุมกางเปลี่ยนอย่างไร
  3. แตะนิ้วที่จาน สังเกตแผ่นโลหะ แล้วอธิบาย

ตอนที่ C — ทำให้อิเล็กโทรสโคปมีประจุโดยการเหนี่ยวนำ

  1. รีเซต · ถูแท่ง PVC 5 ครั้ง · นำแท่งเข้าใกล้จาน (d ≈ 3 cm ห้ามแตะ)
  2. แตะนิ้วที่จาน → ยกนิ้วออก (แท่งยังอยู่ที่เดิม) → ถอยแท่งออกไกล · สังเกตแผ่นโลหะทุกขั้น
  3. ลองสลับลำดับ: ถอยแท่งออกก่อนแล้วค่อยยกนิ้ว ผลเป็นอย่างไร เพราะอะไร?

ตอนที่ D — ทดสอบชนิดประจุของแท่งปริศนา X

  1. ทำให้อิเล็กโทรสโคปมีประจุที่รู้ชนิด (เช่น สัมผัสด้วยแท่ง PVC ที่ถูกับผ้าขนสัตว์) · ถอยแท่ง PVC ออก
  2. เลือกแท่งปริศนา X ถูกับผ้า แล้วค่อย ๆ นำเข้าใกล้จาน (อย่าแตะ) สังเกตว่าแผ่นโลหะกางมากขึ้นหรือหุบลง
  3. กรอกตาราง B แล้วกดบันทึก — เฉลยจะแสดงหลังบันทึก · ทดสอบซ้ำด้วยแท่งแก้ว และทดสอบกับอิเล็กโทรสโคปที่มีประจุชนิดตรงข้าม

วิธีบันทึกผล

ตาราง A แท่ง | d (cm) | θ (°) · เขียนกราฟ θ – d
ตาราง B ประจุบนอิเล็กโทรสโคป | ผลเมื่อแท่งเข้าใกล้ | สรุปชนิดประจุของแท่ง | เฉลย

คำถามท้ายการทดลอง

  1. ทำไมแผ่นโลหะกางออกเมื่อนำแท่งที่มีประจุเข้าใกล้ ทั้งที่อิเล็กโทรสโคปไม่มีประจุสุทธิ?
  2. ประจุบนอิเล็กโทรสโคปที่ได้จากการสัมผัสกับจากการเหนี่ยวนำ มีชนิดเหมือนหรือต่างจากประจุบนแท่ง?
  3. ในการเหนี่ยวนำ อิเล็กตรอนเคลื่อนที่ผ่านนิ้วไปทางใด เมื่อใช้แท่ง PVC (−) และเมื่อใช้แท่งแก้ว (+)?
  4. ทำไมการทดสอบชนิดประจุต้องดูว่า "กางมากขึ้น" ไม่ใช่ดูว่า "หุบลง" จึงจะสรุปได้แน่นอน? (ลองนำแท่งที่มีประจุมากเข้าใกล้มาก ๆ)
  5. ในวันที่อากาศชื้น การทดลองไฟฟ้าสถิตมักไม่ได้ผล เพราะอะไร?

1. ประจุไฟฟ้าและการขัดสี

วัตถุทุกชนิดประกอบด้วยอะตอมที่มีโปรตอน (+) และอิเล็กตรอน (−) เท่ากัน จึงเป็นกลาง · เมื่อขัดสีวัตถุต่างชนิดกัน อิเล็กตรอนย้ายจากวัตถุหนึ่งไปอีกวัตถุหนึ่ง (โปรตอนไม่ย้าย) · วัตถุที่ได้อิเล็กตรอนมีประจุลบ วัตถุที่เสียอิเล็กตรอนมีประจุบวก ขนาดเท่ากัน — ประจุไฟฟ้าอนุรักษ์ · ประจุชนิดเดียวกันผลักกัน ต่างชนิดดูดกัน

ลำดับการเกิดประจุ (triboelectric series): วัตถุที่อยู่ทางซ้ายเมื่อถูกับวัตถุทางขวาจะมีประจุบวก · แท่งแก้วถูกับผ้าไหม → แก้ว (+) ผ้าไหม (−) · แท่ง PVC ถูกับผ้าขนสัตว์ → PVC (−) ผ้าขนสัตว์ (+) · ลำดับจริงเปลี่ยนได้ตามความชื้นและสภาพผิว

2. ตัวนำ ฉนวน และอิเล็กโทรสโคป

ในโลหะ (ตัวนำ) มีอิเล็กตรอนอิสระเคลื่อนที่ได้ทั่วชิ้น · ในฉนวน (พลาสติก แก้ว) ประจุอยู่กับที่ ประจุจากการขัดสีจึงอยู่เฉพาะบริเวณที่ถู · อิเล็กโทรสโคปคือตัวนำชิ้นเดียว (จาน–แกน–แผ่นโลหะบาง) หุ้มด้วยฉนวนจากกล่อง · เมื่อแผ่นโลหะทั้งสองมีประจุชนิดเดียวกันจะผลักกันจนกางออก · มุมกางขึ้นกับศักย์ไฟฟ้าของแผ่นโลหะเทียบกับกล่อง (ยิ่งมีประจุมาก ยิ่งกางมาก แต่ไม่เป็นสัดส่วนกันตรง ๆ)

แรงผลักระหว่างแผ่นโลหะ ∝ Qแผ่น² · สมดุลกับน้ำหนัก → tan θ · sin² θ ∝ V²
มุมเล็ก: θ ∝ V2/3 (แบบจำลองที่ใช้ใน simulation)

3. การเหนี่ยวนำ (ไม่แตะ)

① นำแท่ง (−) เข้าใกล้จาน อิเล็กตรอนอิสระในอิเล็กโทรสโคปถูกผลักลงไปที่แผ่นโลหะ จานเหลือประจุ (+) แผ่นโลหะมีประจุ (−) จึงกาง — ประจุสุทธิยังเป็นศูนย์ ถอยแท่งออกแผ่นโลหะหุบ · ② แตะนิ้ว อิเล็กตรอนที่ถูกผลักไหลลงดิน แผ่นโลหะหุบ · ③ ยกนิ้วออกขณะแท่งยังอยู่ · ④ ถอยแท่งออก ประจุ (+) ที่ค้างอยู่กระจายทั่วตัวนำ แผ่นโลหะกาง — ประจุที่ได้จากการเหนี่ยวนำตรงข้ามกับประจุบนแท่ง

4. การสัมผัส

เมื่อแตะแท่ง (−) ที่จาน อิเล็กตรอนส่วนเกินบริเวณที่สัมผัสย้ายเข้าสู่อิเล็กโทรสโคป แล้วกระจายทั่วตัวนำ · ถอยแท่งออก อิเล็กโทรสโคปยังมีประจุ (−) — ประจุที่ได้จากการสัมผัสชนิดเดียวกับประจุบนแท่ง · แท่งเป็นฉนวน จึงถ่ายเทประจุได้เพียงบางส่วนต่อการแตะหนึ่งครั้ง

5. ทดสอบชนิดประจุด้วยอิเล็กโทรสโคปที่มีประจุ

ประจุบนอิเล็กโทรสโคปนำแท่งเข้าใกล้ (ไม่แตะ)สรุป
−กางมากขึ้นแท่งมีประจุ −
−หุบลงแท่งมีประจุ + (หรือเป็นวัตถุไม่มีประจุ)
+กางมากขึ้นแท่งมีประจุ +
+หุบลงแท่งมีประจุ − (หรือเป็นวัตถุไม่มีประจุ)
⚠️ "กางมากขึ้น" เป็นหลักฐานที่แน่นอนกว่า · วัตถุที่ไม่มีประจุ (โดยเฉพาะตัวนำ เช่น มือ) ก็ทำให้แผ่นโลหะหุบลงเล็กน้อยได้ · ถ้าแท่งที่มีประจุตรงข้ามอยู่ใกล้มาก แผ่นโลหะอาจหุบจนสุดแล้วกางออกใหม่ ต้องค่อย ๆ นำเข้าใกล้ · simulation นี้คิดเฉพาะแรงจากประจุบนแท่ง

6. แบบจำลองใน simulation

ประจุบนแท่ง q ทำให้เกิดศักย์ไฟฟ้าที่จาน φ = kq(1/r − 1/R) (R ≈ 45 cm แทนผลกำบังของสิ่งแวดล้อมที่ต่อลงดิน เช่น โต๊ะ ผนัง ตัวผู้ทดลอง) · แผ่นโลหะอยู่ในกล่องโลหะที่ต่อลงดินจึงถูกกำบังจากแท่ง · ตัวนำทั้งชิ้นมีศักย์เท่ากันทุกจุด (V) → Qจาน = Cจาน(V − φ) · Qแผ่น = Cแผ่นV · ประจุสุทธิ Q = Qจาน + Qแผ่น

V = (Q + Cจาน φ) / (Cจาน + Cแผ่น) · Cจาน = 6 pF, Cแผ่น = 4 pF
ต่อลงดิน: V = 0 → Q = −Cจาน φ (ประจุเหนี่ยวนำตรงข้ามกับแท่ง)
💡 การนำไปใช้: สายดินและแท่งล่อฟ้า · สายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิตในงานอิเล็กทรอนิกส์ · เครื่องถ่ายเอกสาร/เครื่องพิมพ์เลเซอร์ · เครื่องพ่นสีไฟฟ้าสถิต · เครื่องดักฝุ่นในปล่องควัน